ผู้เขียน: adminone

สร้างโอกาส แนวทางการเป็นนักออกแบบที่ประสบความสำเร็จ

เรื่องโอกาสนี้เป็นเรื่องที่มีหลายต่อหลายคนให้ความสำคัญมาก

หลายๆคนคิดว่าตัวเองไม่ประสบความสำเร็จเพราะว่าตัวเองไม่เคยได้รับโอกาสดีๆ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย ความสำคัญของเรื่องการเตรียมความพร้อมตัวเองให้กลายเป็นนักออกแบบที่เก่งนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่าเยอะ แล้วเมื่อโอกาสมาถึงนักออกแบบจะได้พร้อมที่จะงับโอกาสนั้นแล้วสร้างออกมาได้แบบดีเยี่ยม

แต่ก็ไม่ใช่นักออกแบบทั้งหมดที่จะดวงดีได้โอกาสนั้น คำถามคือแล้วจะหาโอกาสจากไหนล่ะ โอกาสนั้นเอาจริงๆแล้วยุคสมัยนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก ดังนั้นถ้าโอกาสไม่วิ่งมาหาเรา เราก็ต้องสร้างโอกาสเอง

ต้องบอกว่าสายอาชีพนักออกแบบนี้เป็นอะไรที่กลับกันกับอาชีพอื่นๆนะ

เพราะว่าเป็นแนวผู้จ้างเลือกนักออกแบบ ไม่ใช่ว่านักออกแบบออกไปเลือกงาน ซึ่งนั้นก็ทำให้สายอาชีพนี้มีการแข่งขันที่สูงมาก ทั้งมีการตัดราคากันเพื่อแย่งงานกัน แล้วอีกอย่างถ้าเป็นนักออกแบบมือใหม่ก็จะทำให้เราไม่มีผลงานในวงการการออกแบบ นั้นทำให้โอกาสไม่สามารถวิ่งมาหาเองได้เลย ซึ่งนักออกแบบหน้าใหม่ก็อย่างหลงระเริงว่าตัวเองนั้นเก่งสมัยเรียนแล้วก็คิดว่าเดี๋ยวก็มีงานวิ่งมาหาเอง

แต่นั้นจะทำให้คุณไม่ประสบความสำเร็จแน่นอน ดังนั้นสิ่งที่นักออกแบบควรทำคือการสร้างโอกาสขึ้นมาเอง

อย่างเช่นการทำ Portfolio ที่เป็นดั่งแหล่งรวมผลงานของตัวนักออกแบบเองเพื่อทำให้มีข้อมูลผลงานเราอยู่ในแหล่งที่ผู้ว่าจ้างสามารถตามหาได้ ซึ่งสมัยนี้ก็มีแหล่งออนไลน์มากมายที่จะทำให้ข้อมูลผู้ว่าจ้างและตัวนักออกแบบได้ติดต่อถึงกันได้ง่าย เพราะฉนั้นเรื่อง Portfolio นี้ถือเป็นเรื่องสำคัญเป็นอันดับแรกในการสร้างโอกาสให้ตัวเอง แล้วก็ยังมีทางอื่นต่างๆอย่างเช่นการสร้างคอนเนคชั่นกับผู้ใหญ่ต่างๆเพื่อที่จะเกิดการบอกปากต่อปาก ทำให้มีโอกาสที่จะได้รับงานมากขึ้น

ตรงจุดนี้จึงกลายเป็นเรื่องที่นักออกแบบต้องทำเพื่อให้ตัวเองมีโอกาสได้งานมากกว่าคนที่เก่งแต่ไม่ได้พยายามสร้างโอกาสให้ตัวเอง

 

สนับสนุนโดย แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ

Read More

ศิลปะบำบัดจิตใจ

ไม่ว่าคุณจะป่วย ไม่สบาย แน่นอนว่าสิ่งแรกที่นึกถึงคือการไปพบหมอ

เพื่อให้หมอตรวจและวินิจฉัยอาการ ลำดับต่อมาของการรักษา หากไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรง หมอก็จะทำเพียงแค่สั่งยาให้กลับบ้านไปรับประทาน หากยังไม่หายจากอาการป่วยค่อยกลับมาพบหมออีกครั้ง แต่ถ้าอาการป่วยรุนแรงเรื้อรัง หมอจะต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด โดยการให้พักฟื้นที่โรงพยาบาล แต่ไม่ว่าคุณจะป่วยเป็นอะไรนั้น หากอาการไม่ดีขึ้น

ความเครียด วิตกกังวนจะทำให้คุณรู้สึกท้อต่อการรักษา บางคนอาจจะไม่ได้ท้อต่อการรักษา แต่รู้สึกแย่กับสภาพแวดล้อมอย่างโรงพยาบาล หรือต้องนอนแต่อยู่บนเตียงไม่สามารถไปไหนได้ เพราะฉะนั้นการรักษาแค่ร่างกายให้หายจากอาการป่วยนั้นจะผ่านไปไม่ได้ ถ้าสภาพจิตใจของผู้ป่วยไม่พร้อมที่จะทำการรักษา จึงมีการนำศิลปะบำบัดเข้ามาใช้ในการช่วยรักษาสภาพจิตใจของผู้ป่วย

เพราะมีแนวคิดว่า ศิลปะ คือ หนทางแห่งการปลดปล่อยหลายๆอย่าง

ทั้งความรู้สึก ความคิด อารมณ์ แล้วแต่ความต้องของแต่ละคน ศิลปะสามารถเข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็ก พวกเขามีความคิดที่ใสสะอาด ถ้าหากว่าเขาต้องการอะไร หรืกำลังคิดอะไร มันถูกถ่ายทอดออกมาอย่างชัดเจน

โดยไม่ปิดบัง แต่ถ้าหากเป็นในวัยผู้ใหญ่ การรังสรรค์ผลงานทางด้านศิลปะ จะต้องผ่านกระบวนการคิด การวางแผน แต่ไตร่ตรองอย่างดี งานศิลปะของผู้ใหญ่จึงออกมาในรูปแบบซับซ้อน ต้องใช้ความคิดวิเคราะห์ แต่ใดๆแล้วงานศิลปะ ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าถึงได้ไม่ยาก จึงเหมาะแก่การนำมาบำบัดกับผู้ป่วยที่มีสภาพจิตใจผิดปกติ

ศิลปะบำบัด คือ การรักษาทางจิตเวชอีกรูปแบบหนึ่ง ที่นำมาประยุกต์กับกิจกรรมทางศิลปะ ใช้ในการค้นหาข้อบกพร่อง ความผิดปกติทางจิตใจ โดยใช้ความรู้ทางจิตวิทยาเข้ามาช่วยในการประเมิน และเลือกใช้กิจกรรมทางศิลปะที่เหมาะสมกับวัย

สภาพจิตใจของแต่ละบุคคล เพื่อช่วยในการบำบัดรักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพให้ดียิ่งขึ้น

ศิลปะบำบัดนั้นมีประโยชน์ในด้านการพัฒนาสมาธิ สติปัญญา อารมณ์ ความคิดสังสรรค์ จิตนาการ รวมไปถึงการช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก และการทำงานของร่างกายที่ใช้ในการประสานความเคลื่อนไหว นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการสื่อสาร เสริมสร้างทักษะสังคมอีกด้วย

ศิลปะบำบัดนั้นเป็นการทำจิตบำบัด จึงเป็นเครื่องมือสำคัญ เพื่อทำการช่วยเหลือผู้ป่วยหรือคนทั่วไปที่มีสภาพจิตใจบกพร่อง ผิดปกติ ทางด้านอารมณ์และจิตใจ โดยหลักการของการใช้ศิลปะเข้ามาช่วยในการบำบัดนั้นคือ

นำศิลปะมาใช้เป็นสื่อในการแสดงออกถึงความรู้สึกต่างๆ การควบคุมอารมณ์ ความขัดแย้ง และความต้องการส่วนตัวของแต่ละบุคคล ที่ยังไม่แสดงออกมา แต่ถูกเก็บซ้อนไว้อยู่ภายในส่วนลึกของจิตใจ

Read More

Focal Length หนึ่งในพื้นฐานการถ่ายภาพที่ควรรู้

ใครที่ได้เล่นกล้องที่เรียกว่าสามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ ก็จะต้องตามมาด้วยพื้นฐานข้อนี้เลยล่ะ ยังไงก็ต้องศึกษาและเรียนรู้อย่างแน่นอน แต่จริงๆแล้วในกล้องออโต้หรือกล้องเปลี่ยนเลนส์ไม่ได้รวมไปถึงกล้องอัจฉริยะบนมือถือทั้งหลายก็มีพื้นฐานเรื่องนี้เหมือนกันนะ

แต่แค่ว่าจะไม่ต้องไปสนใจมันมากเพราะว่ามันถูกกำหนดมาให้แบบปรับค่าไม่ได้แต่แรก คนใช้ก็ใช้ไปเลยไม่ได้ศึกษาอะไร ซึ่งจริงๆแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องนึงที่ทำให้เหล่าช่างภาพหรือคนที่ชื่นชอบเล่นกล้องเป็นชีวิตจิตใจ เสียเงินกันไม่รู้จบเลยล่ะ นั้นก็เพราะมันเกี่ยวกับเลนส์โดยตรงยังไงล่ะ

ทำให้มีหลายระยะแถมทั้งแต่ละระยะก็มีความยากง่ายในการผลิตไม่เท่ากัน นั้นก็เป็นสาเหตุให้บางระยะนั้นราคาสูงปรี๊ดเลย แต่ก็ไม่วายที่ช่างภาพทุกคนต้องหามาให้ครบทุกช่วงทางยาวโฟกัสนี้

ทางยาวโฟกัสนี้เป็นเรื่องที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับรูปแบบของภาพโดยตรง มีทั้งเรื่องของความกว้าง ความหน้าชัดหลังเบลอ เอกลักษณ์ของแต่ละช่างทางยาวโฟกัสอีกด้วย

ซึ่งทางยาวโฟกัสแบ่งเป็นใหญ่ 3 ช่วง นั้นก็คือ หนึ่ง Wide ซึ่งจะเป็นระยะต่ำกว่า 50mm แต่สำหรับผมคือระยะ 35mmลงมา ลงมาที่ทำให้ภาพที่ออกมาดูกว้างแล้วก็สร้างอารมณ์ของภาพให้ดูอลังการแล้วบางที ถ้ากว้างเกินไปอย่าง Ultra Wide ก็จะทำให้ภาพบิดเบี้ยวตามมุมได้

ซึ่งระยะนี้เรียกได้ว่าเหมาะกับการนำไปถ่ายภาพเก็บวิวต่างๆแล้ว หรือสถานที่แล้วก็ในห้องทำให้ห้องนั้นดูกว้างขวางมากขึ้น ยิ่งการถ่ายสาวๆคงชอบเพราะทำให้ขายาวขึ้นอีกด้วย ช่วงต่อไปคือ Normal เป็นระยะช่วง 50mm ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นระยะเท่ากับตาเห็นเลย ระยะนี้เป็นมาตรฐานระยะแรกบนโลก ซึ่งถือว่าเป็นระยะที่ครอบคุมได้ทุกแนว ควรเป็นระยะเริ่มต้นสำหรับทุกคน ระยะสุดท้าย เรียกว่า Tele ก็คือระยะซูมมากๆที่สูงกว่า 50mm แต่สำหรับผมก็ 70ขึ้นไป

จะเหมาะกับการถ่ายคนอย่างมาก เพราะจะมาพร้อมด้วยความหน้าชัดหลังเบลอ ทำให้ตัวแบบเด่น แต่ข้อเสียก็คือต้องถอยกันไกลหน่อยนะ ระยะนี้ถือว่าต้องมีความจำเป็นในการถ่ายบุคคลพอสมควรถึงจะเหมาะ

ถ้ารู้พื้นฐานข้อนี้อย่างท่องแท้แล้ว เราก็จะรู้ว่าเราชอบระยะไหนบ้าง แล้วก็ไปเสียเงินตามเก็บมาได้เลย

Read More

Bryan Singer หนึ่งในสุดยอดผู้กำกับของฮอลลีวูด

อีกคนนึงที่ได้ชื่อเสียงจากการทำหนังภาคต่อที่ไม่รู้จบของหนังยอดมนุษย์ที่เรียกได้ว่าสร้างชื่อเสียงให้ทั้งตัวเขาเองแล้วก็สร้างชื่อเสียงให้กับนักแสดงอย่างแพร่หลาย อย่าง ฮิว แจคแมน

ใครจะไม่รู้จักล่ะ สุดยอดยอดมนุษย์พันธุ์ดุของเรานั้นเอง ที่ได้รับหมดนี้ตั้งแต่ยังหนุ่มๆ ยันตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นคุณลุงล่ะ ในบท วูฟเวอร์รีน ที่อยู่คู่มากับหนังฟอร์มยังที่มีจำนวณภาพแบบขี้เกียจมานับกันเลยทีเดียว X-men ถือว่า วูฟเวอร์รีน นี่อยู่เกือบทุกภาคนะ ต่อให้ไม่ใช่ตัวหลัก ก็ยังมีโผล่ๆมาพอให้หายคิดถึงกันบ้าง นี่แหละผลงานที่สุดยอดทำรายได้ถล่มถลายให้กับผู้กำกับคนนี้เลย

ไบรอัน ซิงเกอร์ คนนี้ต้องบอกเลยว่าเขานั้นแจ้งเกิดกับหนังมนุษย์กลายพันธุ์เรื่องนี้เลย

น่าจะเป็นเพื่อนกับ ฮิวแจคเมนได้เลย เล่นกันมาทุกภาค หนังซีรี่ย์ชุดใหญ่จักรวาลของ X-men นี้ ต้องถือว่าเขาคนนี้กำกับออกมาได้อย่างเฉลียวฉลาดทีเดียว เพราะจริงๆแล้วซี่รี่ย์นี้ก็เหมือนจะจบตั้งแต่ 3 ภาคแรกแล้วละ เล่นซะมนุษย์กลายพันธุ์ตายกันเป็นเบือแถมจะไม่เหลืออะไรให้ดู แต่แล้วก็ทำซี่รี่ย์อีกชุดนึงขึ้นมาเหมือนเป็นการรีเมค

โดยเปรียนบทนำทั้งหมดให้กลายเป็นยุคที่เก่ากว่านี้ทำให้ตัวละครแต่ละตัวยังหนุ่มสาวกันอย่าง

แล้วใส่บทนำให้ตัวละครที่ในชุดแรกไม่ค่อยเด่นอย่าง มิสทีค ที่ได้นักแสดงที่มาแรงมากๆในตอนนั้นมาเล่น ก็เหมือนจะทำแฟนๆเซ็งแต่ก็ไม่เลยเพราะทำชุดนี้ออกมาได้ดีทีเดียว แล้วก็เหมือนตบหัวลูบหลังคนดู โดนผูกเอา ชุดแรก กับชุดสองเข้าด้วยกันในแนวว่า เป็นคนละทามไลน์ แล้วก็ติดต่อถึงกันได้ โอ้วแม่เจ้า คิดได้ไง พอเป็นงั้น ภาพที่รวมเอาสองชุดนี้มาไว้ด้วยกัน กลายเป็นมหากาฬรวมตัวละครกันไปเลย มันส์หยดเลยล่ะแม่ แต่ก็มีสดุดๆบ้างกับ ภาพล่าสุดอย่าง The Dark Phinix ที่ผลตอบรับไม่ค่อยดีนัก

แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่สนุกนะ ผมก็ชอบอยู่ดี เป็นการเปลี่ยนตอนจบ ของตอนจบชุดแรกได้ถูกใจแฟนๆมากขึ้นที่ว่า จีนเกร ไม่ได้เป็นตัวร้ายอย่างชุดแรก

Read More

Art with fashion

ในยุคสมัยนี้ต้องยอมรับว่างานอาร์ตและงานแฟชั่นเจริญก้าวหน้าและทันสมัยขึ้นเป็นอย่างมากจากสมัยก่อน ผู้คนที่อยู่ในแวดวงการทั้งงานอาร์ตและงานแฟชั่นต่างมีความคิดสร้างสรรค์ที่หลากหลายและพร้อมจะพัฒนาสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ ต้องยอมรับว่าทั้งงานอาร์ตและงานแฟชั่นในสมัยนี้จึงมีความน่าสนใจอย่างมาก

หากเมื่อนำงานอาร์ตมารวมกับแฟชั่นแล้วล่ะแน่นอนว่าเกิดเป็นสิ่งที่น่าสนใจแน่นอน

ยกตัวอย่างเช่นแบรนด์ดังต่างๆก็นำอาร์ตมาใช้ผสมผสานกับแฟชั่นทั้งนั้นจึงเกิดเป็นผลงานใหม่ใหม่ที่น่าสนใจและสมารถดึงดูดใจคนได้ รู้ไหมเพราะอะไรที่ทำให้งานอาร์ตและแฟชั่นไปด้วยกันเพราะงานอาร์ตและแฟชั่นถือเป็นศาสตร์เดียวกัน แน่นอนว่าเมื่อนำมาผสมผสานมันจึงเกิดการลงตัวและเกิดเป็นผลงานที่สร้างสรรค์และแปลกใหม่ และถ้ากล่าวถึงวงการอาร์ตนั้น

วงการอาร์ตถือว่ากว้างมากและมีความหมายลึกซึ้งมาก

เราจึงแบ่งอาร์ตออกเป็นการทำเลียนแบบธรรมชาติ,การสื่อสารการสื่อภาษาการเชื่อมโยงความเข้าใจและรวมถึงการแสดงตัวตนของผู้สร้างสรรค์งานอาร์ตขึ้นมาด้วย พูดถึงเรื่องอาร์ตไปแล้วมาพูดถึงเรื่องแฟชั่นบ้าง แฟชั่นเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้เป็นเรื่องของรสนิยมและรสนิยมนั้นต้องได้ยอมรับในกลุ่มคนหรือสังคมขนาดเล็กไปจนถึงสังคมขนาดใหญ่และแฟชั่นจะทำให้เกิดรู้สึกเบื่อหน่ายในเวลาต่อมาเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือเกิดแฟชั่นใหม่ๆเข้ามาแทนที่ดังนั้นวงการแฟชั่นจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงได้มากกว่าวงการอาร์ต

แม้วงการอาร์ตและวงการแฟชั่นจะมีการเปลี่ยนแปลงมากเพียงใดจากยุคสมัยที่ผ่านมาแต่ก็คงยังมีการนำอาร์ตและแฟชั่นในยุคสมัยก่อนกลับมาใช้และดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัยใหม่อยู่ดี

กล่าวว่าไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัยสุดท้ายแล้วงานอาร์ตกับแฟชั่นก็เป็นสิ่งสำคัญของกันและกันเสมอ จึงไม่แปลกที่เราได้จะได้เห็นทั้งงานอาร์ตและแฟชั่นอยู่ในสิ่งต่างๆไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับ นาฬิกา รองเท้า เป็นต้น เพราะเชื่อว่าหากเกิดการสร้างสรรค์งานอาร์ตขึ้นแฟชั่นก็จะเกิดขึ้นตามมาหรือเกิดแฟชั่นขึ้นก็จะต้องมีการสร้างหรือรังสรรค์งานอาร์ตขึ้นมาผสมอยู่ในแฟชั่นแน่นอน

Read More

ช่างภาพชื่อดังสายแคนดิต

วิน วิรุฬห์ กุลตัณฑ์ หนึ่งในช่างภาพชื่อดังของประเทศไทย


ช่างภาพชื่อดังสายแคนดิตคนนี้ ใครที่หมดไฟ หรือว่าไม่ชอบสิ่งทำอยู่แล้วหาหนทางไปต่อไม่ได้ให้มาตามหาประวัติหรือบทสัมภาษณ์ของเขาคนนี้เลย แล้วจะรู้ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้แค่ชอบแล้วลงมือทำอย่างจริงจัง

เขานั้นไม่ได้โด่งดังจากการที่ได้โอกาสจากงานใหญ่ยังอะไรเลยเขาเป็นแค่คนที่ชอบถ่ายภาพแล้วก็ลองจับงานนี้อย่างจริงจัง
รับจ้างจริงจังแล้วก็ผลงานของเขานั้นกลายเป็นผลงานที่ขยายออกไปแบบปากต่อปาก เพราะสไตล์ของเขาที่ไม่เหมือนใครแล้วผู้รับงานก็ประทับใจกันมาก

จนมีเหล่าดาราเริ่มจ้างงานเขาแล้วก็สร้างผลงานออกมาด้วยระดับที่ค่อยข้างไฮคลาสเลยล่ะแล้วก็กลายเป็นช่างภาพชื่อดังที่มีคนจองตัวอย่างมากมายและมีงานหลายรูปแบบอย่าง เช่น งานแต่ง งานเลี้ยงงานปาร์ตี้วันเกิดแล้วก็ขยับไปงานแฟชั่นโชว์
เขาทำงานแคนดิดทุกประเภทได้อย่างยอดเยี่ยมเสมอ

ซึ่งจริงๆแล้วอาชีพช่างภาพที่เขาโด่งดังได้ขนาดนี้นั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาเลยเพราะเขานั้นเรียนมาทางด้านอื่นที่ไม่เกี่ยวของกับเรื่องถ่ายภาพเลยเขานั้นเป็นอินทีเรียดีไซน์

แต่เขาก็เริ่มค่อยเข้าสู่ความหลงไหลให้กับการถ่ายภาพขึ้นเรื่อยๆจนเขาได้ตามหาเรียนรู้ด้วยตัวเองมาโดยตลอด แล้วเขาก็ลงมือทำอย่างจริงจังเขานั้นลองผิดลองถูกอยู่พักใหญ่เลยล่ะจนเขาได้จับเป็นงานอาชีพอย่างจริงจังแล้วในที่สุดเขาก็ได้ค้นพบสไตล์ของตัวเองจนกลายเป็นจุดขายจุดแข็งของเขา

หาใครเปรียบได้เลย แล้วงานของเขาก็ได้ไปเตะตาดาราหลายๆคนรวมทั้งเซเลปหลายๆคนก็เลือกเขาเป็นคนถ่ายงานแต่งให้
นี่ก็ทำให้เขากลายเป็นช่างภาพระดับแนวหน้าของประเทศไปโดยทันทีแล้วก็หาคนที่ถายภาพแนวเขาได้ยากนั้นก็เลยเป็นการผูกขาดตลาดแนวแบบที่เขาถนัดไปเลย

เขานั้นเชื่อว่าความงามของภาพไม่ได้หมายถึงต้องยากหรือว่าต้องเยอะเสมอไปแล้วเขาก็มั่นใจในแนวของเขามาก แต่ตัวเขาเองก็ได้บอกไว้ว่าเขาก็ไม่ได้ยึดติดอะไรมากมายกับคำว่าช่างภาพหรอกนะ

Read More