หมวดหมู่: ศิลปะ

Impressionism (ศิลปะอิมเพรสชันนิสม์) 

       ศิลปะที่เกิดขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1860-1970

ซึ่งเป็นช่วงยุคสมัยที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์นั้นเริ่มขึ้นตั้งแต่การที่ยุโรปเกิดการปฏิวัติโดยที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองขึ้น และในสมัยนั้นเองทำให้เกิดความอ่อนแรงของศิลปะด้วยเช่นกัน

ทำให้ศิลปินในยุคนั้นใช้อุดมการณ์ของตัวเองและอุดมคติสำหรับใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานขึ้น และเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดโมเดิร์นอาร์ต หรือศิลปะสมัยใหม่ขึ้นมา โดยที่แนวทางของศิลปะสมัยใหม่ที่ได้รับการยอมรับ และเป็นที่นิยมอย่าง “ศิลปะแนวอิมเพรสชันนิสม์” เองก็เป็นที่นิยมของคนยุคนั้น

 “ศิลปะแนวอิมเพรสชันนิสม์” หรือที่ในภาษาอังกฤษคือ Impressionism มีคำจำกัดความในภาษาไทยว่า “ลัทธิประทับใจ”

โดยที่การสร้างสรรค์ผลงานรูปแบบนี้ศิลปินได้ถ่ายทอดเรื่องราวความรู้สึกที่ตัวเองประทับใจในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งออกมาจนเกิดเป็นชิ้นงาน หรือผลงานทางศิลปะนั่นเอง โดยที่จุดกำเนิดของ Impressionism นั่นเริ่มขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศสในศตวรรษที่19 ซึ่งกลุ่มศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานรูปแบบอิมเพรสชันนิสม์นี้เองได้ทำให้เกิดอิทธิพลมานานสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่หลายคนยกให้เป็นจุดสำคัญของศิลปะสมัยใหม่ หรือโมเดิร์นอาร์ตเลยก็ว่าได้ ที่ทำให้มีการเปลี่ยนวิธการให้คุณค่าต่องานศิลปะ และเปลี่ยนวิธีการทำงานของศิลปินไปอย่างสิ้นเชิง

หลายคนอาจจะกำลังสงสัยว่าการถ่ายทอดความรู้สึกประทับใจผ่านงานศิลปะในรูปแบบของศิลปะอิมเพรสชันนิสม์นั้นมีความพิเศษ หรือแตกต่างจากผลงานศิลปะในรูปแบบอื่นๆอย่างไร ซึ่งคำตอบของศิลปะแนวอิมเพรสชันนิสม์ก็คือ คุณค่าที่ให้กับงานศิลปะในยุคสมัยหนึ่งนั้น ไม่ได้เพียงแค่ให้คุณค่ากับความประทับใจของผู้สร้างสรรค์ผลงาน หรือศิลปินมากนัก

โดยที่คุณค่าของงานศิลปะจะต้องเป็นอะไรที่ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่กว่านั้น

อย่างไรก็ตามความประทับใจในศิลปะอิมเพรสชันนิสม์นั้น ก็มาพร้อมกับความคิดของคนที่เริ่มจะเกิดการยอมรับการเป็นตัวเองมากขึ้น กล่าวก็คือมีความเป็นปัจเจกมากขึ้นนั่นเอง โดยที่คนเริ่มรู้สึกถึงความงามในสิ่งที่เป็นความธรรมดาที่ไม่ได้มีความสมบูรณ์แบบ หรือให้ความรู้สึกสูงส่ง ไม่ได้ประณีต โดยที่เป็นเพียงความรู้สึกประทับใจที่เกิดขึ้นในขณะนั้นในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง ก็สามารถที่จะมีคุณค่าได้ อีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญคือศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบอิมเพรสชันนิสม์นั้น ได้รับอิทธิพลจากความคิดของภาพพิมพ์ของญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมในประเทศฝรั่งเศสในช่วงหนึ่ง

โดยที่องค์ประกอบของภาพพิมพ์นั้นจะดูเท่าๆกันหมด มีสีสันสดใส และเรื่องราวที่เกิดขึ้นในภาพจะเป็นการเล่าเรื่องวิถีชีวิตของคนทั่วๆไปนั่นเอง โดยภาพที่เป็นตำนานและเป็นที่มาของคำว่าอิมเพรสชันนิสม์นั้นก็คือภาพที่มีชื่อว่า “อิมเพรสชัน ซันไรส์” (Impression Sunrise) ของโคลด โมเนท์ (Claude Monet) ศิลปินชาวฝรั่งเศส หรือที่เรียกกันภาษาไทยว่าความประทับใจตอนพระอาทิตย์ขึ้นนั่นเอง 

          อย่างไรก็ตามศิลปะนั้นถือว่าเป็นเครื่องมือในการช่วยขัดเกลาจิตใจมนุษย์ที่ดีอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ การที่จะให้คุณค่าทางศิลปะว่าเป็นอย่างไนนั้นก็ย่อมขึ้นอยู่กับตัวบุคคลแต่ละคนเองว่ามองเห็นอะไรจากศิลปะ หรือได้รับประโยชน์อย่างไรจากศิลปะ สุดท้ายแล้วไม่ว่าทุกคนจะเห็นคุณค่า หรือตีความศิลปะไปในทิศทางใดก็ตามศิลปะก็ย่อมที่จะมีคุณค่าในตัวของมันเองอยู่

 

 

สนับสนุนบทความเหล่านี้โดย บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท

Read More

สร้างโอกาส แนวทางการเป็นนักออกแบบที่ประสบความสำเร็จ

เรื่องโอกาสนี้เป็นเรื่องที่มีหลายต่อหลายคนให้ความสำคัญมาก

หลายๆคนคิดว่าตัวเองไม่ประสบความสำเร็จเพราะว่าตัวเองไม่เคยได้รับโอกาสดีๆ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย ความสำคัญของเรื่องการเตรียมความพร้อมตัวเองให้กลายเป็นนักออกแบบที่เก่งนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่าเยอะ แล้วเมื่อโอกาสมาถึงนักออกแบบจะได้พร้อมที่จะงับโอกาสนั้นแล้วสร้างออกมาได้แบบดีเยี่ยม

แต่ก็ไม่ใช่นักออกแบบทั้งหมดที่จะดวงดีได้โอกาสนั้น คำถามคือแล้วจะหาโอกาสจากไหนล่ะ โอกาสนั้นเอาจริงๆแล้วยุคสมัยนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก ดังนั้นถ้าโอกาสไม่วิ่งมาหาเรา เราก็ต้องสร้างโอกาสเอง

ต้องบอกว่าสายอาชีพนักออกแบบนี้เป็นอะไรที่กลับกันกับอาชีพอื่นๆนะ

เพราะว่าเป็นแนวผู้จ้างเลือกนักออกแบบ ไม่ใช่ว่านักออกแบบออกไปเลือกงาน ซึ่งนั้นก็ทำให้สายอาชีพนี้มีการแข่งขันที่สูงมาก ทั้งมีการตัดราคากันเพื่อแย่งงานกัน แล้วอีกอย่างถ้าเป็นนักออกแบบมือใหม่ก็จะทำให้เราไม่มีผลงานในวงการการออกแบบ นั้นทำให้โอกาสไม่สามารถวิ่งมาหาเองได้เลย ซึ่งนักออกแบบหน้าใหม่ก็อย่างหลงระเริงว่าตัวเองนั้นเก่งสมัยเรียนแล้วก็คิดว่าเดี๋ยวก็มีงานวิ่งมาหาเอง

แต่นั้นจะทำให้คุณไม่ประสบความสำเร็จแน่นอน ดังนั้นสิ่งที่นักออกแบบควรทำคือการสร้างโอกาสขึ้นมาเอง

อย่างเช่นการทำ Portfolio ที่เป็นดั่งแหล่งรวมผลงานของตัวนักออกแบบเองเพื่อทำให้มีข้อมูลผลงานเราอยู่ในแหล่งที่ผู้ว่าจ้างสามารถตามหาได้ ซึ่งสมัยนี้ก็มีแหล่งออนไลน์มากมายที่จะทำให้ข้อมูลผู้ว่าจ้างและตัวนักออกแบบได้ติดต่อถึงกันได้ง่าย เพราะฉนั้นเรื่อง Portfolio นี้ถือเป็นเรื่องสำคัญเป็นอันดับแรกในการสร้างโอกาสให้ตัวเอง แล้วก็ยังมีทางอื่นต่างๆอย่างเช่นการสร้างคอนเนคชั่นกับผู้ใหญ่ต่างๆเพื่อที่จะเกิดการบอกปากต่อปาก ทำให้มีโอกาสที่จะได้รับงานมากขึ้น

ตรงจุดนี้จึงกลายเป็นเรื่องที่นักออกแบบต้องทำเพื่อให้ตัวเองมีโอกาสได้งานมากกว่าคนที่เก่งแต่ไม่ได้พยายามสร้างโอกาสให้ตัวเอง

 

สนับสนุนโดย แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ

Read More

ศิลปะบำบัดจิตใจ

ไม่ว่าคุณจะป่วย ไม่สบาย แน่นอนว่าสิ่งแรกที่นึกถึงคือการไปพบหมอ

เพื่อให้หมอตรวจและวินิจฉัยอาการ ลำดับต่อมาของการรักษา หากไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรง หมอก็จะทำเพียงแค่สั่งยาให้กลับบ้านไปรับประทาน หากยังไม่หายจากอาการป่วยค่อยกลับมาพบหมออีกครั้ง แต่ถ้าอาการป่วยรุนแรงเรื้อรัง หมอจะต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด โดยการให้พักฟื้นที่โรงพยาบาล แต่ไม่ว่าคุณจะป่วยเป็นอะไรนั้น หากอาการไม่ดีขึ้น

ความเครียด วิตกกังวนจะทำให้คุณรู้สึกท้อต่อการรักษา บางคนอาจจะไม่ได้ท้อต่อการรักษา แต่รู้สึกแย่กับสภาพแวดล้อมอย่างโรงพยาบาล หรือต้องนอนแต่อยู่บนเตียงไม่สามารถไปไหนได้ เพราะฉะนั้นการรักษาแค่ร่างกายให้หายจากอาการป่วยนั้นจะผ่านไปไม่ได้ ถ้าสภาพจิตใจของผู้ป่วยไม่พร้อมที่จะทำการรักษา จึงมีการนำศิลปะบำบัดเข้ามาใช้ในการช่วยรักษาสภาพจิตใจของผู้ป่วย

เพราะมีแนวคิดว่า ศิลปะ คือ หนทางแห่งการปลดปล่อยหลายๆอย่าง

ทั้งความรู้สึก ความคิด อารมณ์ แล้วแต่ความต้องของแต่ละคน ศิลปะสามารถเข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็ก พวกเขามีความคิดที่ใสสะอาด ถ้าหากว่าเขาต้องการอะไร หรืกำลังคิดอะไร มันถูกถ่ายทอดออกมาอย่างชัดเจน

โดยไม่ปิดบัง แต่ถ้าหากเป็นในวัยผู้ใหญ่ การรังสรรค์ผลงานทางด้านศิลปะ จะต้องผ่านกระบวนการคิด การวางแผน แต่ไตร่ตรองอย่างดี งานศิลปะของผู้ใหญ่จึงออกมาในรูปแบบซับซ้อน ต้องใช้ความคิดวิเคราะห์ แต่ใดๆแล้วงานศิลปะ ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าถึงได้ไม่ยาก จึงเหมาะแก่การนำมาบำบัดกับผู้ป่วยที่มีสภาพจิตใจผิดปกติ

ศิลปะบำบัด คือ การรักษาทางจิตเวชอีกรูปแบบหนึ่ง ที่นำมาประยุกต์กับกิจกรรมทางศิลปะ ใช้ในการค้นหาข้อบกพร่อง ความผิดปกติทางจิตใจ โดยใช้ความรู้ทางจิตวิทยาเข้ามาช่วยในการประเมิน และเลือกใช้กิจกรรมทางศิลปะที่เหมาะสมกับวัย

สภาพจิตใจของแต่ละบุคคล เพื่อช่วยในการบำบัดรักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพให้ดียิ่งขึ้น

ศิลปะบำบัดนั้นมีประโยชน์ในด้านการพัฒนาสมาธิ สติปัญญา อารมณ์ ความคิดสังสรรค์ จิตนาการ รวมไปถึงการช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก และการทำงานของร่างกายที่ใช้ในการประสานความเคลื่อนไหว นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการสื่อสาร เสริมสร้างทักษะสังคมอีกด้วย

ศิลปะบำบัดนั้นเป็นการทำจิตบำบัด จึงเป็นเครื่องมือสำคัญ เพื่อทำการช่วยเหลือผู้ป่วยหรือคนทั่วไปที่มีสภาพจิตใจบกพร่อง ผิดปกติ ทางด้านอารมณ์และจิตใจ โดยหลักการของการใช้ศิลปะเข้ามาช่วยในการบำบัดนั้นคือ

นำศิลปะมาใช้เป็นสื่อในการแสดงออกถึงความรู้สึกต่างๆ การควบคุมอารมณ์ ความขัดแย้ง และความต้องการส่วนตัวของแต่ละบุคคล ที่ยังไม่แสดงออกมา แต่ถูกเก็บซ้อนไว้อยู่ภายในส่วนลึกของจิตใจ

Read More