เดือน: ธันวาคม 2019

สร้างโอกาส แนวทางการเป็นนักออกแบบที่ประสบความสำเร็จ

เรื่องโอกาสนี้เป็นเรื่องที่มีหลายต่อหลายคนให้ความสำคัญมาก

หลายๆคนคิดว่าตัวเองไม่ประสบความสำเร็จเพราะว่าตัวเองไม่เคยได้รับโอกาสดีๆ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย ความสำคัญของเรื่องการเตรียมความพร้อมตัวเองให้กลายเป็นนักออกแบบที่เก่งนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่าเยอะ แล้วเมื่อโอกาสมาถึงนักออกแบบจะได้พร้อมที่จะงับโอกาสนั้นแล้วสร้างออกมาได้แบบดีเยี่ยม

แต่ก็ไม่ใช่นักออกแบบทั้งหมดที่จะดวงดีได้โอกาสนั้น คำถามคือแล้วจะหาโอกาสจากไหนล่ะ โอกาสนั้นเอาจริงๆแล้วยุคสมัยนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก ดังนั้นถ้าโอกาสไม่วิ่งมาหาเรา เราก็ต้องสร้างโอกาสเอง

ต้องบอกว่าสายอาชีพนักออกแบบนี้เป็นอะไรที่กลับกันกับอาชีพอื่นๆนะ

เพราะว่าเป็นแนวผู้จ้างเลือกนักออกแบบ ไม่ใช่ว่านักออกแบบออกไปเลือกงาน ซึ่งนั้นก็ทำให้สายอาชีพนี้มีการแข่งขันที่สูงมาก ทั้งมีการตัดราคากันเพื่อแย่งงานกัน แล้วอีกอย่างถ้าเป็นนักออกแบบมือใหม่ก็จะทำให้เราไม่มีผลงานในวงการการออกแบบ นั้นทำให้โอกาสไม่สามารถวิ่งมาหาเองได้เลย ซึ่งนักออกแบบหน้าใหม่ก็อย่างหลงระเริงว่าตัวเองนั้นเก่งสมัยเรียนแล้วก็คิดว่าเดี๋ยวก็มีงานวิ่งมาหาเอง

แต่นั้นจะทำให้คุณไม่ประสบความสำเร็จแน่นอน ดังนั้นสิ่งที่นักออกแบบควรทำคือการสร้างโอกาสขึ้นมาเอง

อย่างเช่นการทำ Portfolio ที่เป็นดั่งแหล่งรวมผลงานของตัวนักออกแบบเองเพื่อทำให้มีข้อมูลผลงานเราอยู่ในแหล่งที่ผู้ว่าจ้างสามารถตามหาได้ ซึ่งสมัยนี้ก็มีแหล่งออนไลน์มากมายที่จะทำให้ข้อมูลผู้ว่าจ้างและตัวนักออกแบบได้ติดต่อถึงกันได้ง่าย เพราะฉนั้นเรื่อง Portfolio นี้ถือเป็นเรื่องสำคัญเป็นอันดับแรกในการสร้างโอกาสให้ตัวเอง แล้วก็ยังมีทางอื่นต่างๆอย่างเช่นการสร้างคอนเนคชั่นกับผู้ใหญ่ต่างๆเพื่อที่จะเกิดการบอกปากต่อปาก ทำให้มีโอกาสที่จะได้รับงานมากขึ้น

ตรงจุดนี้จึงกลายเป็นเรื่องที่นักออกแบบต้องทำเพื่อให้ตัวเองมีโอกาสได้งานมากกว่าคนที่เก่งแต่ไม่ได้พยายามสร้างโอกาสให้ตัวเอง

 

สนับสนุนโดย แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ

Read More

ศิลปะบำบัดจิตใจ

ไม่ว่าคุณจะป่วย ไม่สบาย แน่นอนว่าสิ่งแรกที่นึกถึงคือการไปพบหมอ

เพื่อให้หมอตรวจและวินิจฉัยอาการ ลำดับต่อมาของการรักษา หากไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรง หมอก็จะทำเพียงแค่สั่งยาให้กลับบ้านไปรับประทาน หากยังไม่หายจากอาการป่วยค่อยกลับมาพบหมออีกครั้ง แต่ถ้าอาการป่วยรุนแรงเรื้อรัง หมอจะต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด โดยการให้พักฟื้นที่โรงพยาบาล แต่ไม่ว่าคุณจะป่วยเป็นอะไรนั้น หากอาการไม่ดีขึ้น

ความเครียด วิตกกังวนจะทำให้คุณรู้สึกท้อต่อการรักษา บางคนอาจจะไม่ได้ท้อต่อการรักษา แต่รู้สึกแย่กับสภาพแวดล้อมอย่างโรงพยาบาล หรือต้องนอนแต่อยู่บนเตียงไม่สามารถไปไหนได้ เพราะฉะนั้นการรักษาแค่ร่างกายให้หายจากอาการป่วยนั้นจะผ่านไปไม่ได้ ถ้าสภาพจิตใจของผู้ป่วยไม่พร้อมที่จะทำการรักษา จึงมีการนำศิลปะบำบัดเข้ามาใช้ในการช่วยรักษาสภาพจิตใจของผู้ป่วย

เพราะมีแนวคิดว่า ศิลปะ คือ หนทางแห่งการปลดปล่อยหลายๆอย่าง

ทั้งความรู้สึก ความคิด อารมณ์ แล้วแต่ความต้องของแต่ละคน ศิลปะสามารถเข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็ก พวกเขามีความคิดที่ใสสะอาด ถ้าหากว่าเขาต้องการอะไร หรืกำลังคิดอะไร มันถูกถ่ายทอดออกมาอย่างชัดเจน

โดยไม่ปิดบัง แต่ถ้าหากเป็นในวัยผู้ใหญ่ การรังสรรค์ผลงานทางด้านศิลปะ จะต้องผ่านกระบวนการคิด การวางแผน แต่ไตร่ตรองอย่างดี งานศิลปะของผู้ใหญ่จึงออกมาในรูปแบบซับซ้อน ต้องใช้ความคิดวิเคราะห์ แต่ใดๆแล้วงานศิลปะ ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าถึงได้ไม่ยาก จึงเหมาะแก่การนำมาบำบัดกับผู้ป่วยที่มีสภาพจิตใจผิดปกติ

ศิลปะบำบัด คือ การรักษาทางจิตเวชอีกรูปแบบหนึ่ง ที่นำมาประยุกต์กับกิจกรรมทางศิลปะ ใช้ในการค้นหาข้อบกพร่อง ความผิดปกติทางจิตใจ โดยใช้ความรู้ทางจิตวิทยาเข้ามาช่วยในการประเมิน และเลือกใช้กิจกรรมทางศิลปะที่เหมาะสมกับวัย

สภาพจิตใจของแต่ละบุคคล เพื่อช่วยในการบำบัดรักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพให้ดียิ่งขึ้น

ศิลปะบำบัดนั้นมีประโยชน์ในด้านการพัฒนาสมาธิ สติปัญญา อารมณ์ ความคิดสังสรรค์ จิตนาการ รวมไปถึงการช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก และการทำงานของร่างกายที่ใช้ในการประสานความเคลื่อนไหว นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการสื่อสาร เสริมสร้างทักษะสังคมอีกด้วย

ศิลปะบำบัดนั้นเป็นการทำจิตบำบัด จึงเป็นเครื่องมือสำคัญ เพื่อทำการช่วยเหลือผู้ป่วยหรือคนทั่วไปที่มีสภาพจิตใจบกพร่อง ผิดปกติ ทางด้านอารมณ์และจิตใจ โดยหลักการของการใช้ศิลปะเข้ามาช่วยในการบำบัดนั้นคือ

นำศิลปะมาใช้เป็นสื่อในการแสดงออกถึงความรู้สึกต่างๆ การควบคุมอารมณ์ ความขัดแย้ง และความต้องการส่วนตัวของแต่ละบุคคล ที่ยังไม่แสดงออกมา แต่ถูกเก็บซ้อนไว้อยู่ภายในส่วนลึกของจิตใจ

Read More

Focal Length หนึ่งในพื้นฐานการถ่ายภาพที่ควรรู้

ใครที่ได้เล่นกล้องที่เรียกว่าสามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ ก็จะต้องตามมาด้วยพื้นฐานข้อนี้เลยล่ะ ยังไงก็ต้องศึกษาและเรียนรู้อย่างแน่นอน แต่จริงๆแล้วในกล้องออโต้หรือกล้องเปลี่ยนเลนส์ไม่ได้รวมไปถึงกล้องอัจฉริยะบนมือถือทั้งหลายก็มีพื้นฐานเรื่องนี้เหมือนกันนะ

แต่แค่ว่าจะไม่ต้องไปสนใจมันมากเพราะว่ามันถูกกำหนดมาให้แบบปรับค่าไม่ได้แต่แรก คนใช้ก็ใช้ไปเลยไม่ได้ศึกษาอะไร ซึ่งจริงๆแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องนึงที่ทำให้เหล่าช่างภาพหรือคนที่ชื่นชอบเล่นกล้องเป็นชีวิตจิตใจ เสียเงินกันไม่รู้จบเลยล่ะ นั้นก็เพราะมันเกี่ยวกับเลนส์โดยตรงยังไงล่ะ

ทำให้มีหลายระยะแถมทั้งแต่ละระยะก็มีความยากง่ายในการผลิตไม่เท่ากัน นั้นก็เป็นสาเหตุให้บางระยะนั้นราคาสูงปรี๊ดเลย แต่ก็ไม่วายที่ช่างภาพทุกคนต้องหามาให้ครบทุกช่วงทางยาวโฟกัสนี้

ทางยาวโฟกัสนี้เป็นเรื่องที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับรูปแบบของภาพโดยตรง มีทั้งเรื่องของความกว้าง ความหน้าชัดหลังเบลอ เอกลักษณ์ของแต่ละช่างทางยาวโฟกัสอีกด้วย

ซึ่งทางยาวโฟกัสแบ่งเป็นใหญ่ 3 ช่วง นั้นก็คือ หนึ่ง Wide ซึ่งจะเป็นระยะต่ำกว่า 50mm แต่สำหรับผมคือระยะ 35mmลงมา ลงมาที่ทำให้ภาพที่ออกมาดูกว้างแล้วก็สร้างอารมณ์ของภาพให้ดูอลังการแล้วบางที ถ้ากว้างเกินไปอย่าง Ultra Wide ก็จะทำให้ภาพบิดเบี้ยวตามมุมได้

ซึ่งระยะนี้เรียกได้ว่าเหมาะกับการนำไปถ่ายภาพเก็บวิวต่างๆแล้ว หรือสถานที่แล้วก็ในห้องทำให้ห้องนั้นดูกว้างขวางมากขึ้น ยิ่งการถ่ายสาวๆคงชอบเพราะทำให้ขายาวขึ้นอีกด้วย ช่วงต่อไปคือ Normal เป็นระยะช่วง 50mm ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นระยะเท่ากับตาเห็นเลย ระยะนี้เป็นมาตรฐานระยะแรกบนโลก ซึ่งถือว่าเป็นระยะที่ครอบคุมได้ทุกแนว ควรเป็นระยะเริ่มต้นสำหรับทุกคน ระยะสุดท้าย เรียกว่า Tele ก็คือระยะซูมมากๆที่สูงกว่า 50mm แต่สำหรับผมก็ 70ขึ้นไป

จะเหมาะกับการถ่ายคนอย่างมาก เพราะจะมาพร้อมด้วยความหน้าชัดหลังเบลอ ทำให้ตัวแบบเด่น แต่ข้อเสียก็คือต้องถอยกันไกลหน่อยนะ ระยะนี้ถือว่าต้องมีความจำเป็นในการถ่ายบุคคลพอสมควรถึงจะเหมาะ

ถ้ารู้พื้นฐานข้อนี้อย่างท่องแท้แล้ว เราก็จะรู้ว่าเราชอบระยะไหนบ้าง แล้วก็ไปเสียเงินตามเก็บมาได้เลย

Read More