ปี: 2020

Impressionism (ศิลปะอิมเพรสชันนิสม์) 

       ศิลปะที่เกิดขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1860-1970

ซึ่งเป็นช่วงยุคสมัยที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์นั้นเริ่มขึ้นตั้งแต่การที่ยุโรปเกิดการปฏิวัติโดยที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองขึ้น และในสมัยนั้นเองทำให้เกิดความอ่อนแรงของศิลปะด้วยเช่นกัน

ทำให้ศิลปินในยุคนั้นใช้อุดมการณ์ของตัวเองและอุดมคติสำหรับใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานขึ้น และเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดโมเดิร์นอาร์ต หรือศิลปะสมัยใหม่ขึ้นมา โดยที่แนวทางของศิลปะสมัยใหม่ที่ได้รับการยอมรับ และเป็นที่นิยมอย่าง “ศิลปะแนวอิมเพรสชันนิสม์” เองก็เป็นที่นิยมของคนยุคนั้น

 “ศิลปะแนวอิมเพรสชันนิสม์” หรือที่ในภาษาอังกฤษคือ Impressionism มีคำจำกัดความในภาษาไทยว่า “ลัทธิประทับใจ”

โดยที่การสร้างสรรค์ผลงานรูปแบบนี้ศิลปินได้ถ่ายทอดเรื่องราวความรู้สึกที่ตัวเองประทับใจในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งออกมาจนเกิดเป็นชิ้นงาน หรือผลงานทางศิลปะนั่นเอง โดยที่จุดกำเนิดของ Impressionism นั่นเริ่มขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศสในศตวรรษที่19 ซึ่งกลุ่มศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานรูปแบบอิมเพรสชันนิสม์นี้เองได้ทำให้เกิดอิทธิพลมานานสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่หลายคนยกให้เป็นจุดสำคัญของศิลปะสมัยใหม่ หรือโมเดิร์นอาร์ตเลยก็ว่าได้ ที่ทำให้มีการเปลี่ยนวิธการให้คุณค่าต่องานศิลปะ และเปลี่ยนวิธีการทำงานของศิลปินไปอย่างสิ้นเชิง

หลายคนอาจจะกำลังสงสัยว่าการถ่ายทอดความรู้สึกประทับใจผ่านงานศิลปะในรูปแบบของศิลปะอิมเพรสชันนิสม์นั้นมีความพิเศษ หรือแตกต่างจากผลงานศิลปะในรูปแบบอื่นๆอย่างไร ซึ่งคำตอบของศิลปะแนวอิมเพรสชันนิสม์ก็คือ คุณค่าที่ให้กับงานศิลปะในยุคสมัยหนึ่งนั้น ไม่ได้เพียงแค่ให้คุณค่ากับความประทับใจของผู้สร้างสรรค์ผลงาน หรือศิลปินมากนัก

โดยที่คุณค่าของงานศิลปะจะต้องเป็นอะไรที่ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่กว่านั้น

อย่างไรก็ตามความประทับใจในศิลปะอิมเพรสชันนิสม์นั้น ก็มาพร้อมกับความคิดของคนที่เริ่มจะเกิดการยอมรับการเป็นตัวเองมากขึ้น กล่าวก็คือมีความเป็นปัจเจกมากขึ้นนั่นเอง โดยที่คนเริ่มรู้สึกถึงความงามในสิ่งที่เป็นความธรรมดาที่ไม่ได้มีความสมบูรณ์แบบ หรือให้ความรู้สึกสูงส่ง ไม่ได้ประณีต โดยที่เป็นเพียงความรู้สึกประทับใจที่เกิดขึ้นในขณะนั้นในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง ก็สามารถที่จะมีคุณค่าได้ อีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญคือศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบอิมเพรสชันนิสม์นั้น ได้รับอิทธิพลจากความคิดของภาพพิมพ์ของญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมในประเทศฝรั่งเศสในช่วงหนึ่ง

โดยที่องค์ประกอบของภาพพิมพ์นั้นจะดูเท่าๆกันหมด มีสีสันสดใส และเรื่องราวที่เกิดขึ้นในภาพจะเป็นการเล่าเรื่องวิถีชีวิตของคนทั่วๆไปนั่นเอง โดยภาพที่เป็นตำนานและเป็นที่มาของคำว่าอิมเพรสชันนิสม์นั้นก็คือภาพที่มีชื่อว่า “อิมเพรสชัน ซันไรส์” (Impression Sunrise) ของโคลด โมเนท์ (Claude Monet) ศิลปินชาวฝรั่งเศส หรือที่เรียกกันภาษาไทยว่าความประทับใจตอนพระอาทิตย์ขึ้นนั่นเอง 

          อย่างไรก็ตามศิลปะนั้นถือว่าเป็นเครื่องมือในการช่วยขัดเกลาจิตใจมนุษย์ที่ดีอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ การที่จะให้คุณค่าทางศิลปะว่าเป็นอย่างไนนั้นก็ย่อมขึ้นอยู่กับตัวบุคคลแต่ละคนเองว่ามองเห็นอะไรจากศิลปะ หรือได้รับประโยชน์อย่างไรจากศิลปะ สุดท้ายแล้วไม่ว่าทุกคนจะเห็นคุณค่า หรือตีความศิลปะไปในทิศทางใดก็ตามศิลปะก็ย่อมที่จะมีคุณค่าในตัวของมันเองอยู่

 

 

สนับสนุนบทความเหล่านี้โดย บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท

Read More