Bryan Singer หนึ่งในสุดยอดผู้กำกับของฮอลลีวูด

อีกคนนึงที่ได้ชื่อเสียงจากการทำหนังภาคต่อที่ไม่รู้จบของหนังยอดมนุษย์ที่เรียกได้ว่าสร้างชื่อเสียงให้ทั้งตัวเขาเองแล้วก็สร้างชื่อเสียงให้กับนักแสดงอย่างแพร่หลาย อย่าง ฮิว แจคแมน

ใครจะไม่รู้จักล่ะ สุดยอดยอดมนุษย์พันธุ์ดุของเรานั้นเอง ที่ได้รับหมดนี้ตั้งแต่ยังหนุ่มๆ ยันตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นคุณลุงล่ะ ในบท วูฟเวอร์รีน ที่อยู่คู่มากับหนังฟอร์มยังที่มีจำนวณภาพแบบขี้เกียจมานับกันเลยทีเดียว X-men ถือว่า วูฟเวอร์รีน นี่อยู่เกือบทุกภาคนะ ต่อให้ไม่ใช่ตัวหลัก ก็ยังมีโผล่ๆมาพอให้หายคิดถึงกันบ้าง นี่แหละผลงานที่สุดยอดทำรายได้ถล่มถลายให้กับผู้กำกับคนนี้เลย

ไบรอัน ซิงเกอร์ คนนี้ต้องบอกเลยว่าเขานั้นแจ้งเกิดกับหนังมนุษย์กลายพันธุ์เรื่องนี้เลย

น่าจะเป็นเพื่อนกับ ฮิวแจคเมนได้เลย เล่นกันมาทุกภาค หนังซีรี่ย์ชุดใหญ่จักรวาลของ X-men นี้ ต้องถือว่าเขาคนนี้กำกับออกมาได้อย่างเฉลียวฉลาดทีเดียว เพราะจริงๆแล้วซี่รี่ย์นี้ก็เหมือนจะจบตั้งแต่ 3 ภาคแรกแล้วละ เล่นซะมนุษย์กลายพันธุ์ตายกันเป็นเบือแถมจะไม่เหลืออะไรให้ดู แต่แล้วก็ทำซี่รี่ย์อีกชุดนึงขึ้นมาเหมือนเป็นการรีเมค

โดยเปรียนบทนำทั้งหมดให้กลายเป็นยุคที่เก่ากว่านี้ทำให้ตัวละครแต่ละตัวยังหนุ่มสาวกันอย่าง

แล้วใส่บทนำให้ตัวละครที่ในชุดแรกไม่ค่อยเด่นอย่าง มิสทีค ที่ได้นักแสดงที่มาแรงมากๆในตอนนั้นมาเล่น ก็เหมือนจะทำแฟนๆเซ็งแต่ก็ไม่เลยเพราะทำชุดนี้ออกมาได้ดีทีเดียว แล้วก็เหมือนตบหัวลูบหลังคนดู โดนผูกเอา ชุดแรก กับชุดสองเข้าด้วยกันในแนวว่า เป็นคนละทามไลน์ แล้วก็ติดต่อถึงกันได้ โอ้วแม่เจ้า คิดได้ไง พอเป็นงั้น ภาพที่รวมเอาสองชุดนี้มาไว้ด้วยกัน กลายเป็นมหากาฬรวมตัวละครกันไปเลย มันส์หยดเลยล่ะแม่ แต่ก็มีสดุดๆบ้างกับ ภาพล่าสุดอย่าง The Dark Phinix ที่ผลตอบรับไม่ค่อยดีนัก

แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่สนุกนะ ผมก็ชอบอยู่ดี เป็นการเปลี่ยนตอนจบ ของตอนจบชุดแรกได้ถูกใจแฟนๆมากขึ้นที่ว่า จีนเกร ไม่ได้เป็นตัวร้ายอย่างชุดแรก

About the Author